จากการตัดสินใจอย่างเด็ดเดียวที่จะรับเจ้าหมา ตาบอด มาร่วมชีพ ระห่วางวันที่สมาชิกทุกคนออกข้างนอกไปทำงาน
มีสุขที่ยังเล็กและช่วยตัวเองไม่ได้ ทำให้เราต้องตัดสินใจแบบตายเป็นตาย หิ้วหมาไป ที่ทำงาน ห๋า......ใช่แล้วที่ทำงานจริง ๆ
เราก็ต้องกระซิบข้างหูเจ้าลูกหมาตัวน้อย( แบบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเจ้านายน่าจะพอรับไหมนะ... กลัว)
"มีสุขถ้ามีสุขจะอยู่กับพี่ พี่ ต้องเงียบนะ พี่ต้องไปทำงาน."
เหมือนมีสุขจะรู้เรื่องตลอดทางเงียบตลอด แต่...
พอถึงที่ทำงานเจ้าตัวแสบกับร้องงืด..งืด จนพี่เพื่อนสาวใจดีนั่งหลังเราเริ่มถามได้ยินเสียงไรปะ
แหมไอ้เราก็ไม่อย่ากบอกแต่ต้องหาพวกหน่อย..ซักพัก อุ้ย...พี่ชายใจดีที่นั่งหน้าเราก็ถาม แล้วในที่สุดพี่ ๆทีมเราก็รู้หมด แม้แม่บ้านในสำนักงาน นับว่าเจ้าสุขมีบุญมากโขที่ทุกคนเห็นใจแถมให้ค่านมค่าหมอ ชวยกันอุปอิ๊ปไม่บอก
แต่..ความลับไม่มีในโลก ถึงเวลาแล้วเจ้าสุข ถ้าอย่ากมาทำงาน ต้องมาสมัครกับเจ้านาย...รับหรือไม่รับ
นายสุดสวยหน้ายิ้มแย้มใจดีแต่เข้มงวด เดินมาแล้วเดินมาตรงนี้ ทำไมสั่งงานนานจัง โอ้ย โอ้ย โอ้ย
ใช่แล้วมีสุขรายงานตัวอย่างเป็นทางการ งีด...งีด โอ้ยเพิ่งรู้จักความเย็นยะเยือกตั้งแต่เท้าวิ่งขึ้นถึงปลายเส้นผม
เป็นอย่านี้เอง!!!!
"เสียงอะไร ? "
โอ้ว จะเป็นเสียงอะไรไปได้น้อกจากลูกหมา
ใช่แล้วเราต้องเข้าไปชี้แจง และฟ้าคงส่งคำว่าเมตตามากับเจ้ามีสุขน้อย ซึ่งเราก็ยอมรับจริง ๆว่า ยาก ยากมากจริง ๆ ที่นายกลับอะ-ลุ่ม-อะ-หลวย
สุขเลยเข้าไปอยู่ห้องซีร็อกที่มี่อนาเขตกันไว้หางไกลจากการทำเสียงรบกวน
เรารับปากกันนายว่าทันที่ที่มีสุขช่วยเหลือตัวเองได้เราจะไม่นำมีสุขมาอีก.....เอ้อโล้ง
จากนั้นอีก1-2เดือนเราก็ยังมีกองทุนสนับสนุนการทำวัคซีน ถ่ายพยาธิและค่านมจาก จากพี่ ๆ เพื่อนในโครงการมีสุขอุปถัมภ์
เรายังนึกขอบคุณทุกคน ทุกสถานที่ทำให้มีสุขได้อยูกับเราทำให้เรามีความสุข
นี่ไม่ใช่เจ้าสุขนะค่ะ เอาเจ้าหมาตัวใหม่มาฝากเพื่อน ๆ เลี้ยงค่ะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ค่ะ
edit @ 11 Sep 2008 20:32:33 by pets on art